2553-09-11
กฎหมายสำคัญของไทย ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
1.กฎหมายเกี่ยวกับองค์การที่ดูแลสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยทั่วไป
2.กฎหมายควบคุมนักท่องเที่ยว
3.กฎหมายควบคุมดูแลและพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว
4.กฎหมายควบคุมเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว
1.กฎหมายเกี่ยวกับองค์การที่ดูแลสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยทั่วไป มีกฎหมายสำคัญจำนวน 4 ฉบับ ได้แก่
พระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522
-คำจำกัดความของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผู้ประกอบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวและคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
-ระเบียบเกี่ยวกับการจัดตั้งทุน และเงินสำรองของการ ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ระเบียบเกี่ยวกับการกำกับ การควบคุมและการบริหารงานของททท.
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545
-กฎหมายก่อตั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาขึ้นรับผิดชอบด้านการท่องเที่ยว
-ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โอนภาระงานด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาบริการท่องเที่ยว และทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
-ทำให้ททท.มีหน้าที่เพียงด้านการบริหารจัดการตลาดการท่องเที่ยวเป็นหลัก
พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ.2544
-กำหนดให้มีการจัดตั้งสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมี
พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 ถึง 2546
-เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
-จัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก การกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ
-คุ้มครองดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม -บำรุงรักษาศิลปะ
2. กฎหมายควบคุมนักท่องเที่ยว มีกฎหมายสำคัญ จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522, 2523 และ 2542
-เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าออกในประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยว
พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ถึง 2548
-เป็นกฎหมายเก่าแก่ที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2469 และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเรื่อยมาโดยลำดับ
-เนื้อหาเกี่ยวข้องกับการนำของเข้า การส่งของออก การเสียภาษีตามพิกัดอัตราศุลกากรของนักท่องเที่ยว รวมทั้งระเบียบว่าด้วยการตรวจของและป้องกันการลักลอบหนีศุลกากร และข้อกำหนดเรื่องการนำเงินตราเข้าออกประเทศ
3. กฎหมายควบคุมดูแลและพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยว ยกตัวอย่าง อาทิ
พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504
-เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองดูแลรักษาและจัดการอุทยานแห่งชาติอันเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวประเภทธรรมชาติซึ่งต้องการให้มีการจัดการ การอนุรักษ์ และพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความยั่งยืน
-อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และ 2546
-เกี่ยวข้องกับการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าโดยคณะกรรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ เพื่อไม่ให้สัตว์ป่าเหล่านั้นถูกทำร้ายและสูญพันธุ์ในบริเวณเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติ
-กิจกรรมการดูนก ส่องสัตว์ในบริเวณดังกล่าว สำหรับนักท่องเที่ยวจึงมีความจำเป็นและเกี่ยวโยงกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
4. กฎหมายควบคุมเกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว ยกตัวอย่าง เช่น
พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2535
การกำกับดูแลเรื่องของการจัดตั้ง ควบคุมการดำเนินงาน รวมทั้งการกำหนดบทลงโทษสำหรับธุรกิจนำเที่ยวเฉพาะพื้นที่ธุรกิจนำเที่ยวในประเทศ และธุรกิจนำเที่ยวต่างประเทศ เพื่อให้การประกอบธุรกิจนำเที่ยวได้มาตรฐาน และไม่เป็นการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว
ผลกระทบจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
- ช่วยทำให้เกิดรายได้แก่ท้องถิ่นภายในประเทศ (Local Income)
- ช่วยทำให้เกิดรายได้ต่อรัฐบาล (Government Receipt)
- ช่วยให้เกิดการจ้างงาน (Employment)
- ช่วยให้เกิดอาชีพใหม่ (Creating new job)
- ช่วยให้เกิดรายรับเงินตราต่างประเทศ (Foreign Exchange Earning)
- ช่วยให้เกิดภาวะดุลชำระเงิน (Balance of Payment)
ผลกระทบด้านลบจากการท่องเที่ยวต่อเศรษฐกิจ
- ค่าครองชีพของคนในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น (Increase of Living Expenses) ราคาที่ดินแพงขึ้น
- มีค่าใช้จ่ายต่างๆที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อตอบสนองความต้องการนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- ทำให้สูญเสียรายได้ออกนอกประเทศ
- รายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ เป็นไปตามฤดูกาล
ผลกระทบด้านบวกจากการท่องเที่ยวต่อสังคม
- เป็นการพักผ่อนหย่อนใจของบุคคล ลดความเครียด
- ช่วยให้เกิดสันติภาพแห่งมวลมนุษย์และช่วยกระตุ้นความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลในชาติต่างๆ
- ช่วยให้ประชาชนได้เห็นถึงความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละท้องถิ่น
- มาตรฐานการครองชีพดีขึ้น
- คนในท้องถิ่นได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น จากสาธารณูปโภคและสาธารณูปการในแหล่งท่องเที่ยวและบริเวณใกล้เคียง
ผลกระทบด้านลบจากการท่องเที่ยวต่อสังคม
- ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนในท้องถิ่นจากนักท่องเที่ยว
- โครงสร้างครอบครัวเปลี่ยนแปลง
- การเลือนหายของอาชีพดั้งเดิมในท้องถิ่น
- ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม
- ปัญหาโสเภณีและCommercial sex
- การมีค่านิยมผิดๆ จากการเลียนแบบนักท่องเที่ยว
ผลกระทบด้านบวกจากการท่องเที่ยวต่อวัฒนธรรม
- เกิดงานเทศกาลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว วัฒนธรรมถูกรื้อฟื้นหรือไม่เลือนจางหายไป
- มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและนักท่องเที่ยวนิยมมากขึ้น
- ผลกระทบด้านลบจากการท่องเที่ยวต่อวัฒนธรรม
- คุณค่าของงานศิลปะลดลง
- วัฒนธรรมประเพณีที่ถูกนำเสนอขายในรูปแบบของสินค้าเน้นตอบสนองนักท่องเที่ยว
- ผลกระทบทางบวกจากการท่องเที่ยวต่อสิ่งแวดล้อม
- เกิดการปรับปรุงและพัฒนาสภาพภูมิทัศน์และกายภาพให้ดีขึ้น
- มีการลงทุนจากภาครัฐในด้านสาธารณูปโภคเพื่อเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ
- เกิดการพัฒนาพื้นที่ธรรมชาติ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์ในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า
- เกิดมีการปรับปรุงแก้ไข มาตรการ ระเบียบตลอดจนกฎหมายต่างๆ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว
ผลกระทบด้านลบจากการท่องเที่ยวต่อสิ่งแวดล้อม
- พื้นที่ธรรมชาติบางส่วนถูกทำลาย เพื่อการสร้างที่พักในแหล่งธรรมชาติ
- การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกอาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
- การรบกวนธรรมชาติอันเกิดจากการไม่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมธรรมชาติ
- ขยะมูลฝอยต่าง ๆ ที่เกิดจากนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการที่กำจัดไม่เหมาะสม ทำลายภูมิทัศน์ของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งกลิ่น และภาพ
ธุรกิจจำหน่ายสินค้าและสินค้าที่ระลึก Shopping and Souvenir Business
ความเป็นมา
การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าในสมัยโบราณจะกระทำในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนระหว่างของกับของ หรือที่เรียกว่า Barter System ต่อมาเมื่อมีการนำเอาใช้โลหะมีค่า มากำหนดค่าและใช้เป็นสื่อกลางของการซื้อขายแลกเปลี่ยน ระบบBarter System จึงค่อยๆ เลิกไป
สถานที่ที่เกิดกิจกรรมการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า
อาจมีพัฒนาการมาตั้งแต่การซื้อขายแลกเปลี่ยนเมื่อมีผู้ที่มีความต้องการสินค้า และผู้ที่สามารถสนองตอบต่อความต้องการนั้น อาจไม่จำกัดสถานที่ เมื่อมีทั้งผู้ต้องการสินค้า ห้างสรรพสินค้า เป็นรูปแบบของธุรกิจการจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นจากยุโรปก่อนแล้วค่อยแพร่ขยายเข้ามาสู่ อเมริกา และเอเชียในที่สุด เป็นพัฒนาการของการจำหน่ายสินค้าที่รวมมาอยู่ในบริเวณเดียว มีการจัดสินค้าเป็นแผนก เป็นหมวดหมู่ ง่ายต่อการค้นหาของลูกค้า มีการบริหารงานอย่างเป็นระบบ มีการส่งเสริมการขาย การบริการลูกค้า
ประเภทของธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการ
ห้างสรรพสินค้า ( Department Store) หมายถึงกิจการขายปลีกขนาดใหญ่ที่รวมสินค้าหลายอย่างเข้ามาไว้ภายในบริเวณเดียวกัน โดยแยกตามแผนก
ศูนย์การค้า (Shopping Centers/Malls) คือการขายปลีกขนาดใหญ่ที่รวมร้านขายปลีกรวมทั้งห้างสรรพสินค้าเข้ามาอยู่ในอาคารเดียวกัน
ร้านค้าปลอดอากร (Duty-free shop)และร้านปลอดภาษี (Tax-free shop) เป็นร้านค้าปลีกที่ขายสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยวระหว่างประเทศเท่านั้น
ความสำคัญของธุรกิจจำหน่ายสินค้า
1. เป็นแหล่งกระจายสินค้าภายในประเทศออกไปยังต่างประเทศ ทั้งยังเป็นการช่วยเผยแพร่ชื่อเสียง หรือโฆษณาแหล่งท่องเที่ยว
2.กิจกรรมการซื้อสินค้าเป็นการสร้างความเพลิดเพลินให้แก่นักท่องเที่ยว
3.ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมท้องถิ่น
4.ก่อให้เกิดการจ้างงานของคนในท้องถิ่น
ธุรกิจสินค้าที่ระลึก
คือ การประกอบธุรกิจและจำหน่ายสินค้าที่นักท่องเที่ยวซื้อและนำกลับไปยังภูมิลำเนาเดิมของตน เพื่อเป็นของระลึก ของฝาก
ลักษณะสำคัญของสินค้าที่ระลึก
- เป็นสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นนั้นๆ เมื่อเอ่ยถึงทุกคนสามารถเดาที่มาได้
- เป็นสินค้าที่หายากและราคาแพง มีแหล่งผลิตเฉพาะที่
- เป็นสินค้าที่มีราคาถูกกว่าภูมิลำเนาของนักท่องเที่ยว
- เป็นสินค้าที่ออกแบบผลิตภัณฑ์แปลกและมีประโยชน์ใช้สอย
- เป็นสินค้าที่มีรูปร่าง ขนาด น้ำหนัก เหมาะสมต่อการขนส่ง ไม่เปราะบางหรือชำรุดง่าย
- เป็นสินค้าที่ใช้วัสดุและแรงงานในท้องถิ่น เป็นสินค้าที่นำวัสดุเหลือใช้ไร้ค่ามาแปรรูป
- เป็นสินค้าที่มีการแสดงขั้นตอนการผลิตให้นักท่องเที่ยวเห็นหรือทดลองทำ
- เป็นสินค้าที่ควรหาซื้อได้ง่าย
ประเภทของธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของไทย
แบ่งจากจุดประสงค์ในการสร้าง ไม่ว่าจะเป็นจุดประสงค์ที่ต้องการใช้สอยเอง หรือเพื่อพิธีกรรมทางศาสนา ความเชื่อ หรือเพื่อจัดจำหน่าย
- แบ่งจากวัสดุและเทคนิควิธีการสร้าง
- แบ่งจากรูปลักษณะที่ปรากฏ
- แบ่งตามคุณค่าแห่งการนำไปใช้
ความสำคัญของธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึก
1. ทางสังคมและวัฒนธรรม
สร้างอาชีพใหม่ๆ ให้กับคนในสังคม และการใช้เวลาว่างของประชาชนให้เกิดคุณประโยชน์
ลดปัญหาสังคม และลดปัญหาการย้ายถิ่นฐาน และการรู้จักอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น
2.ทางเศรษฐกิจ
สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและประเทศ
3.ทางระบบการท่องเที่ยว
ทำให้เกิดความสมบูรณ์ทางการท่องเที่ยว เป็นการเพิ่มความสุนทรีย์ ในการท่องเที่ยว ทำให้เกิดการกลับมาเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความภูมิใจ เป็นการแสดงออกถึงฐานะทางเศรษฐกิจ
ธุรกิจนันทนาการ (Recreation Business) หมายถึง การประกอบธุรกิจการให้บริการเพื่อความบันเทิงและเพลิดเพลินสำหรับคนเดินทางหรือนักท่องเที่ยว
ธุรกิจนันทนาการประกอบด้วย
1. ธุรกิจสวนสนุก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
- สวนสนุก (Amusement Park) เป็นสถานที่ที่สร้างเพื่อให้บริการด้านความบันเทิง สนุกสนานเพลิดเพลิน ประกอบด้วย เครื่องเล่นเกม การละเล่นต่างๆ ของคนในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยว
- สวนสนุกรูปแบบเฉพาะ (Theme Park) เป็นสวนสนุกที่มีสิ่งดึงดูดใจและมีแนวคิดทางการตลาดที่มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน
2.ธุรกิจบันเทิง เพื่อการท่องเที่ยว หมายถึง สถานบันเทิงยามค่ำคืนและการจัดการแสดงบนเวที (Performing art)
3.ธุรกิจการกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว
- ธุรกิจกีฬาปกติ เป็นการจัดให้บริการสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเล่นกีฬาได้ตามแหล่งท่องเที่ยว
- ธุรกิจกีฬาตามเทศกาล เป็นการประกอบธุรกิจการจัดแข่งขันกีฬาตามเทศกาล
วัดเล่งเน่ยยี่2 บางบัวทอง วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์

แสดงความจงรักภักดี กตัญญูกตเวทิตาถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระมหาบูรพกษัตริย์ไทยที่คณะสงฆ์จีนนิกายได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร
ภายในวัดมีการตกแต่งด้วยสภาปัตยกรรมที่สวยงาม เนื่องจากวัดเล่งเน่ยยี่2 เป็นวัดขก่าแก่ของจีน ซึ่งหากเดินทางไป ก็ไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะนอกจากจะได้ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมแล้ว ยังได้ไหว้พระเจ้าแม่กวนอิม และทำบุญเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตอีกด้วย

- สร้างแบบศิลปะจีนล้วนๆ เป็นพุทธศิลป์ในราชวงศ์หมิงชิง
- มีการวางผังตามแบบวัดพุทธศาสนานิกายฌาน ตัวอาคารจะวางผังล้อมลาน เรียกว่า ซี่เตี่ยมกิม
- การจัดวางวิหารถือตามแบบวัดหลวง โดยมีวิหารจตุโลกบาลเป็นวิหารแรกพระอุโบสถอยู่กลาง ด้านหลังพระอุโบสถมีวิหารบูรพาจารย์ ส่วนวิหารอื่นๆ อยู่ประกอบสมดุลซ้ายขวา

ภายในวัดจากตัวเมืองนนทบุรี ไปตามถนนรัตนาธิเบศร์ ข้ามสะพานพระนั่งเกล้าฯ ถึงสี่แยกบางพลู เลี้ยวขวาไปยังอำเภอบางบัวทอง ทางเข้าวัดจะอยู่ด้านซ้ายมือก่อนถึงโรงเรียนเทศบาลวัดละหาร

2553-09-07
สามชุก ตลาดร้อยปี
เป็นตลาดห้องแถวไม้ 2 ชั้นขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรี(ท่าจีน) และรายล้อมด้วยบรรยากาศของบ้านเรือนรวมถึงเรื่องราวของผู้คนในอดีต โดยแทบไม่มีการดัดแปลงเสริมแต่ง ย้อนอดีตกลับไปยุคสมัยที่ตลาดสามชุกเฟื่องฟู ยุคนั้นชาวบ้านจะนำของพื้นเมือง รวมทั้ง เกลือ ฝ้าย แร่ สมุนไพร มาแลกเปลี่ยนซื้อขายให้กับพ่อค้าที่เป็นชาวเรือ ต่อมาเมื่อริมแม่น้ำสุพรรณ กลายเป็นแหล่งทำนาที่สำคัญ มีโรงสีไฟขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลายแห่ง ตลาดสามชุกก็กลายเป็นตลาดข้าวที่สำคัญ มีการค้าขายกันอย่างคึกคัก ทำให้ตลาดสามชุกไม่จำกัดบริเวณอยู่เฉพาะริมน้ำ แต่ยังขยายมาถึงริมฝั่ง โดยแต่ละปีมีการเก็บภาษีได้จำนวนมาก พร้อมๆกับมีการตั้งนายอากรคนแรก ชื่อ “ขุนจำนง จีนารักษ์”
ประวัติ"ตลาดร้อยปีสามชุก"
เดิมทีเดียว "บริเวณปัจจุบัน" เรียกว่า ท่ายาง ซึ่งที่ตั้งอำเภอเก่าอยู่ที่ นางบวช
(ปัจจุบัน ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช)
- พ.ศ.2437 สมัยรัชกาลที่ 5 ชื่ออำเภอนางบวช โดยมีขุนพรมสภา นายอำเภอคนแรก
- พ.ศ.2457 สมัยรัชกาลที่ 6 ย้ายอำเภอมาที่บ้าน สำเพ็ง สมัยนั้นเป็นย่านการค้าสำคัญ โดยตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ที่ชาวบ้านสมัยนั้นเรียกว่า บ้านท่ายาง เป็นสถานที่ที่นำของป่ามาค้าขาย กันทุกทิศทุกทาง คล้ายเป็นทาง "สามแพร่ง" ต่อๆ มาเพี้ยนมาเป็น "สำเพ็ง"
- พ.ศ.2481 สมัยรัชกาลที่ 8 ได้เปลี่ยนชื่อ อำเภอนางบวช มาเป็น"อำเภอสามชุก" เพราะเดิมชื่อ "สำเพ็ง" และเพี้ยนมาเป็น "สามชุก" ในที่สุด ก็เพราะว่า คนที่มาค้าขายระหว่างรอสินค้าเพื่อแลกเปลี่ยนกัน มีเวลาว่างก็นำไม้ไผ่มาสานเป็นภาชนะสำหรับใส่ของขาย ที่เรียกว่า "กระชุก" ต่อๆ มาชาวบ้านจึงเรียก "สามแพร่ง" ผสมกับ "กระชุก" จึงได้มาเป็น "สามชุก" อย่างทุกวันนี้
การเดินทาง
พวกเราเดินทางโดยรสตู้ ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่ง เมื่อไปถึงเราก็เริ่มตระเวนหาของกิน และถ่ายรูปเพื่อทำรายงาน ที่ตลาดมีของกินเยอะแยะมากมาย ส่วนมากจะเป็นขนมไทย ๆ ซึ่งหากินได้ยาก และเป็นของที่ระลึกซึ่งมีราคาถูก ส่วนของเล่นก็จะมีจำพวกของเก่าน่าสะสม ซึ่งหาซื้อยากในปัจจุบัน
ร้านแรกที่ไป เป็นร้านคุณไก่ ขายห่อหมกหม้อดิน รสชาติอร่อยมาก และมีขายที่ตลาดสามชุกที่เดียวเท่านั้น หากสนใจสามารถแวะไปชิมได้
ร้านที่สอง เป็นร้านน้ำพริกแม่กิมลั้ง หลายคนคงรู้จักเพราะมีชื่อเสียงมาก สินค้ามีคุณภาพ แถมราคาย่อมเยา
ร้านที่สามเป็นร้านขนมโบราณ แต่เจ้าของร้านนำมาแปลรูปด้วยการทำเป็นรูปแบบต่าง ๆ เป็นการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและดึงดูดให้เลือกซื้อ

เดินต่อมาเรื่อย ๆจะเป็นร้านขายของเล่นโบราณ ที่ทำขึ้นเอง เป็นของเล่นของเด็กสมัยก่อน ซึ่งหายากในสมัยนี้

ของเล่นจำพวกประทัด ซึ่งประดิษจากวัสดุธรรมชาติ เป็นภูมิปัญญาของคนสมัยโบราณ และปลอดภัย100%
เดินต่อไปเรื่อย ๆ จะเป็นศาลเจ้าของชาวบ้านในละแวกนั้น
ยิ่งเดินต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะมีร้านขายของต่าง ๆมากมายให้เลือกซื้อ อาทิเช่น

ร้านขายขนมโบราณ
ไม้แกะสลักเป็นรูปสัดว์ต่าง ๆ
ตะเกียงโบราณ ราคาถูก
ร้านบ้านโค้ก บริการทั้งส่งโปรการ์ด และขายของที่ระลึก
ร้านกาแฟอาม่าของที่ระลึก ก่อนกลับเราก็ไม่ลืมที่จะซื้อของที่ระลึกติดไม้ติดมือไปฝากญาติ ๆ
เสื้อยืดสามชุก
โปสการ์ด + บริการส่งทั่วประเทศ

ที่ติดรูป สัญลักษณ์สามชุก

2553-09-06
พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
พระราชวังสนามจันทร์ ในช่วงเช้า

พระตำหนักทับขวัญ

พระที่นั่งชาลีมงคลอาจ
อนุสาวรีย์ ย่าเหล
ถ่ายหน้าพระราชวังสนามจันทร์
แผนที่และการเดินทาง
1.รถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 4 ถึง จ.นครปฐม แยกขวาเข้าพระราชวัง
2.โดยสารสาธารณะ - จากสายใต้ใหม่ นั่งรถปรับอากาศไปดำเนินสะดวกชั้น 2 (ป2) (สาย 78 รถน้ำเงินคาดส้ม) ซึ่งเป็นรถที่วิ่งผ่านพระราชวังสนามจันทร์ลงแยกสนามจันทร์ ค่ารถ 36 บาทครับ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง- อีกวิธีขึ้นรถตู้ไปทับแก้ว(ม.ศิลปากร สนามจันทร์)จากปิ่นเกล้า คิวรถตู้จอดอยู่ในซอยข้างศาลพระพรหมณ์ตรงใกล้์้เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เดินเข้าไปในซอย ข้ามสะพานข้ามคลอง มองไปด้านซ้ายมือจะมีคิวรถตู้ ค่ารถ 40 บาท บอกคนขับว่าลงแยกสนามจันทร์และจากแยกสนามจันทร์ก็ข้ามฝากไป ม.ศิลปากร เดินตรงเข้าถนนราชมรรคาใน สัก 200 เมตร ก็ถึงจุดขายตั๋วเข้าชม- ขากลับขึ้นรถดำเนินป.2(สาย78) ได้ที่แยกสนามจันทร์กลับเข้ากทมได้เลย(ไม่ต้องข้ามถนน) หรือเดินขึ้นไปอีกนิดไปทางด้านประตูใหญ่ ม.ศิลปากร คิวรถตู้ไปปิ่นเกล้าจอดอยู่ตรงก่อนถึงป้ายรถเมล์หน้ามหาวิทยาลัยศิลปากร นอกจากนั้นยังมีอีกคิวไปอนุสาวรีชัย-หมอชิด อยู่ฝั่งตรงข้าม มหาวิทยาลัย
2553-08-26
การจัดการและการตลาด (Management and Marketing)
1. ด้านผลิตภัณฑ์ (product) ต้องมุ่งเน้นที่คุณภาพของอาหารและบริการ ต้องมีคุณค่าทางโภชนาการและถูกหลักอนามัย
2. ด้านราคา (price) ต้องเป็นราคาที่เหมาะสมกับชนิดและประเภทของอาหาร โดยต้องคำนึงถึงคุณภาพ ต้นทุน การให้บริการ ต้องหมั่นสำรวจตลาด และคู่แข่งเสมอ
3. ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (place) ต้องรู้ว่าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ด้วยวิธีใด อาทิสถานที่ตั้ง บริการส่งถึงที่ เป็นต้น
4. การส่งเสริมการขาย (promotion) ควรเลือกสื่อและโฆษณาที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด รวมทั้งการประสานงานกับบริษัทนำเที่ยว หรือตัวแทนการท่องเที่ยว สายการบิน องค์กรการท่องเที่ยวต่างๆ หรืออาจมีการรวมกลุ่มเป็นสมาคม อาทิ สมาคมภัตตาคาร (restaurant association)